ประจำวันที่ 12/10/59
นายเฉียน เหวินฮุย ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา ธนาคารไอซีบีซี จำกัด แห่งประเทศจีน เปิดเผยว่า ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดสัมมนา SINO-THAI Business Investment Forum 2016 เพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนระหว่างไทยและจีน โดยเชิญนักลงทุนในอุตสาหกรรม เช่น หัวเว่ย, ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี และอมตะ คอร์ปอเรชั่น ผู้บริหารจากธนาคารไอซีบีซี ประเทศจีน และตัวแทนจาก 4 มณฑล ได้แก่ กว่างซีจ้วง ยูนนาน เหอเป่ย เฮยหลงเจียง และเมืองชิงเต่า พร้อมตัวแทนธนาคารไอซีบีซี ที่ตั้งกิจการอยู่ในทวีปเอเชียอีก 9 แห่ง รวมถึงนักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนไทย โดยมีผู้ร่วมงาน 300 คน
ภายในงาน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และเฉียน เหวินฮุย ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาความร่วมมือระหว่างธนาคารไอซีบีซี (ไทย) กับ 6 บริษัทคู่ค้ารายใหญ่ คือ หัวเว่ย เทคโนโลยี, หัวอี๋ กรุ๊ป, ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น, อาเซียน โปแตช ชัยภูมิ, ทีอาร์ซี คอนสตัคชั่น และจงเช่อ รับเบอร์ (ไทยแลนด์)
นายจื๊อกัง กลี่ ประธานกรรมการ ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) กล่าวว่า 7 เดือนแรกของปีนี้ มีบริษัทจีนเข้ามาลงทุนในไทย 525 บริษัท มูลค่ารวม 2,150 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารได้สนับสนุนสินเชื่อ 200 ล้านบาท และในปีหน้ายอดสนับสนุนสินเชื่อให้นักลงทุนจีนก็จะเติบโต 20-30% ซึ่ง อุตสาหกรรมที่นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนคือ การผลิตยางรถยนต์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ พลังงานทดแทน แปรรูปสินค้าเกษตร อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม แต่จีนยังมีความกังวลในเรื่องของ นโยบายภาษี ค่าแรงงาน และนโยบายการสนับสนุนนักธุรกิจจีน ที่เข้ามาลงทุนในไทย
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานดังกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังถดถอยและไร้วี่แววแห่งการฟื้นตัว แม้ว่าปราชญ์โบราณกล่าวไว้เสมอว่า โอกาสอันยิ่งใหญ่ มักจะตามมาจากวิกฤตการณ์ และเราพูดกันมาตั้งแต่ก้าวสู่ศตวรรษใหม่แล้วว่า เป็นศตวรรษแห่งเอเชีย แต่ก็ยังไร้วี่แววที่ชัดเจน จะมีแต่จีนที่เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วและโดดเด่น แต่ขณะนี้โลกได้เชื่อมั่นแล้วว่าโอกาสของเอเชียกำลังจะมาถึง เอเชียกำลังจะผงาด แม้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง แต่ก็ยังเต็มไปด้วยพลังที่จะขับเคลื่อนให้เดินหน้าต่อไปได้
ดังนั้น ประเทศไทยจึงจะเร่งรัด เพื่อให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักลงทุน โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคมทั้งถนน มอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่เชื่อมโยงเหนือสู่ใต้ ตะวันออกสู่ตะวันตก สนามบิน ท่าเรือ มูลค่ารวมการลงทุนใน 5 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ 43,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,505,000 ล้านบาท
โครงการต่าง ๆ เหล่านี้จะทยอยเรียกประกวดราคาตั้งแต่ไตรมาสนี้และปี 2560 โดยปีหน้าเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ หลาย ๆ โครงการจะใช้ระบบร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยและต่างประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วม โครงการลงทุนสำคัญๆ คือ การลงทุนในพื้นฐานดิจิทัลที่ ใน 5 ปีข้างหน้า จะมีโครงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนมูลค่ารวม 12,000-15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
“โครงการลงทุนที่สำคัญ ๆ ได้แก่ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อให้เป็นแหล่งลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต โดยมีการตระเตรียมพื้นที่สำหรับนักลงทุน จึงขอเชิญชวนนักลงทุนจากจีนให้มาลงทุนในประเทศไทย ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จะดูแลนักลงทุนให้ได้รับความสะดวกและเป็นธรรมในทุก ๆ ด้าน”
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.msn.com/th-th/news/other/จีน-ความหวังใหม่ของโลก-ทุ่มงบ-15-ล้านล้านบาทรับทัพนักลงทุน/ar-BBxgG5m

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น